[The Silmarillion] Fiction: Winter Wind (Ereinion/Oropher) 5

posted on 22 Oct 2014 18:59 by lightvampire in Fiction directory Fiction


Title: Winter Wind (Part 5)
Fandom: The Silmarillion
Type: BL
Pairing: Ereinion Gil-Galad/Oropher
Rating: PG15




---------------------------------------------------------




อัญมณีสีมรกตทอแสงงดงามเมื่อแสงแห่งเทลเพริออนตกกระทบ นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายพันปีที่ไม่มีผู้ใดเคยได้พบเห็น หลังจากที่ผู้ถือครองอัญมณีคู่นั้นสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป...


และแสงในดวงตานั้นเอง ที่ทำให้ประกายแสงแห่งดวงดาราต้องยอมสยบ


เอเรนิออน กิล-กาลัดยืนนิ่งไม่ไหวติง ราวกับต้องมนต์สะกด พรายหนุ่มแทบหยุดหายใจเมื่อถูกเรียวนิ้วยาววางทาบลงบนริมฝีปาก ในยามนี้เพียงลมหายใจอุ่นที่ปะทะบนใบหน้าก็ให้ความร้อนเพียงพอที่ร่างกายของ เขาจะละลายได้ และคงจะเป็นเช่นนั้นไปแล้วหากบุคคลตรงหน้าไม่ได้เป็นผู้ที่เคยเย็นชาดั่ง ภูผาน้ำแข็ง


กลิ่นกายหอมเย็นอ่อนๆ ของพรายซินดาร์ยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อร่างนั้นขยับเข้าใกล้



“...ว่าอย่างไรเล่า? นี่เป็นสิ่งที่ท่านปรารถนาไม่ใช่หรือ?”



ฝ่ามือสีขาวนวลเลื่อนจากริมฝีปากอุ่นบนใบหน้าคมที่มีสีฝาดจางๆ ลงมาบริเวณอก และรั้งร่างที่สูงกว่าให้ต้องก้มหน้าลงเล็กน้อย ก่อนจบลงที่การจุมพิตเบาๆ บนปลายจมูก และไรผมสีดำสนิทบริเวณหน้าผาก



“ฮึ...”



โอโรแฟร์ไม่ได้เอ่ยอะไรต่อจากนั้น เพียงปล่อยมือออกจากร่างสูงกว่าตรงหน้า และแย้มยิ้มพรายที่ไม่เคยมีใครได้พบเห็นมานานกว่าหลายพันปี


...รอยยิ้มงดงามของพราย ที่หายไปตั้งแต่ครั้งที่บ้านเมืองของตนถูกทำลาย

ตั้งแต่ครั้งที่รู้ว่ากษัตริย์ธิงโกลของตนสิ้นพระชนม์ ครั้งที่คนรักจากไป โดยที่เขาไม่สามารถช่วยอะไรอย่างที่อัศวินแห่งเมเนกร็อธควรทำได้เลย



“ถือเสียว่าเป็นคำขอบคุณจากข้าเถิด เอเรนิออน”



เขาหมุนตัวกลับและค่อยๆ ก้าวเดินต่อไปในทางที่จากมาตอนแรก หากแต่ครั้งนี้ไม่ได้เดินเท้ากลับอย่างเดียวดายอีกต่อไป


มือข้างหนึ่งยื่นออกไปคว้าข้อมือของพรายอีกคนที่ยังคงยืนนิ่งเป็นหินอยู่แบบ นั้นหลังจากถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว และกึ่งดึงกึ่งลากให้ร่างนั้นเดินขึ้นมาอยู่ข้างกาย



“ขอบคุณ...ข้า?”


“สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านเสียสละให้กับมิดเดิลเอิร์ธ...แลกกับความสงบสุข”


“...ข้อนั้นท่านเองก็ทำมิใช่หรือ?”



เอเรนิออนที่ค่อยๆ เริ่มดึงสติของตนกลับมาได้กระแอมไอครั้งหนึ่ง ก่อนขืนมือออก และใช้มือของตนประสานมือกับฝ่ามือนุ่มที่เล็กกว่าเล็กน้อยของโอโรแฟร์


พรายหนุ่มแอบลอบมองใบหน้าเปล่งประกายขาวนวลของอีกฝ่ายที่เขาหลงรักมานานแสนนานอีกครั้ง


จังหวะการเต้นของหัวใจของเขาเริ่มไม่ปกติตั้งแต่ตอนที่ได้เห็นรอยยิ้มงดงาม รอยยิ้มจริงใจที่ไม่ใช่การเสแสร้ง รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นเบื้องหลังความเย็นชา


...สิ่งแสนล้ำค่าที่ได้มาด้วยความมั่นคงและหนักแน่น ในที่สุดเขาก็ทำมันสำเร็จ


แต่สิ่งที่ได้รับกลับมานั้นออกจะเกินความคาดหมายเขาไปมากโข และภาพที่เคยฝันถึงก่อนหน้ามิได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงเลยแม้แต่น้อย


ก็ใครเลยจะทันคิดว่าพรายผู้ที่ทำตัวเย็นชาใส่เขาเรื่อยมาจะเชี่ยวชาญด้านความรักถึงเพียงนี้เล่า?


...อันที่จริง อาจเป็นเพราะเขาด้อยประสบการณ์ด้านนี้เสียมากกว่า



“แม้ข้าจะเคยเป็นนักรบ แต่ข้าไม่ใช่ผู้ที่มีความสามารถนัก และข้าไม่เคยคิดที่จะรวบรวมกองทัพเพื่อทำลายต้นตอของความวุ่นวายบนมิด เดิลเอิร์ธเลย”


“แต่ท่านก็มีส่วนช่วยนำความสงบกลับมา กำลังพลของท่านช่วยพวกข้าได้มากนัก”


“...แต่ก็ไม่มากพอที่จะช่วยให้ท่านมีชีวิตอยู่ต่อไม่ใช่หรือ?”


“ท่าน… จงใจเป็นทัพหน้าให้ข้า...”


“ข้าเพียงเห็นว่ามันเป็นการดีกว่า หากท่านจะยังอยู่ที่นั่น และปกครองประชาชนของท่าน ปกครองมิดเดิลเอิร์ธให้อยู่อย่างสงบ-----”



โอโรแฟร์หยุดชะงัก เมื่อรู้สึกถึงแรงฝืนที่มือของตน

แรงกระตุกดึงจากด้านข้างเยื้องไปทางด้านหลัง ทำให้พรายซินดาร์แห่งกรีนวู้ดเสียการทรงตัว ขณะที่ผู้ที่เป็นต้นเหตุกลับคว้าร่างตรงหน้ามาแนบกาย ก่อนปล่อยมือสีซีดออกจากการเกาะกุม วงแขนแกร่งทั้งสองข้างโอบรอบเอวจากด้านหลังไว้อย่างหลวมๆ


ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วอย่างที่โอโรแฟร์ไม่ทันคิดถึง

...เมื่อตั้งสติรู้ตัวอีกครั้ง ใบหน้าคมคายกลับแนบชิดอยู่ที่ผิวแก้ม เอ่ยคำตัดพ้อเบาๆ โดยไม่เกรงกลัวว่าจะถูกโกรธเมื่อทำการล่วงเกินบุคคลตรงหน้าอีกครั้งหนึ่ง



“การตัดสินใจของท่านช่างโหดร้ายกับใจของข้านัก...โอโรแฟร์ ทั้งๆ ที่ท่านก็รู้ว่าข้าจะต้องเสียใจหากท่านจากไป ท่านก็ยังทำ...”



แม้จะตกใจเล็กๆ แต่พรายซินดาร์ก็ไม่ได้ขัดขืน


...อ้อมกอดแสนอบอุ่นจากบุคคลผู้เป็นที่รัก

เขาไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานานแค่ไหนกันแล้วนะ…



“ข้าขอโทษท่านไปแล้วอย่างไร...”



โอโรแฟร์ยกมือของตนขึ้นแตะผิวแก้มของเอเรนิออนเบาๆ และเอนตัวพิงไหล่กว้าง

พรายหนุ่มแห่งลินดอนเอียงศีรษะแนบไปกับฝ่ามือนุ่มสีซีดดุจหิมะ สูดกลิ่นกายกรุ่นจากไรผมสีเงินของอีกฝ่าย พร้อมๆ กับกระชับกอดแน่นขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย


พรายซินดาร์เอ่ยทำลายความเงียบ หลังปล่อยให้อีกฝ่ายทำตามใจตัวเองมาพักใหญ่



“กลับกันเถิด… อีกไม่ไกลก็ถึงที่พักแล้ว”


“อา... ”



เอเรนิออนจำใจยอมปล่อยร่างของพรายซินดาร์ให้เป็นอิสระ แต่ระหว่างทางที่เดินเคียงคู่กันไป ดวงตาสีฟ้าครามก็ยังแอบลอบมองใบหน้างดงามที่เปล่งประกายใต้แสงจันทร์ของอดีต จอมพรายแห่งกรีนวู้ดอยู่เป็นระยะๆ ไม่วางตา ราวกับกลัวว่าหากคลาดสายตาไปเพียงเสี้ยววินาทีเดียวก็อาจไม่ได้พบกันอีก เหมือนกับครั้งที่โอโรแฟร์แอบยกทัพไปก่อนทัพใหญ่ของเขา


ทั้งสองเดินเคียงข้างกันไปอีกไม่นานนัก จนมาหยุดอยู่หน้าที่พักหลังเล็กกลางป่าเงียบสงบ มีเพียงเสียงธารน้ำเล็กๆ ที่ไหลผ่านอาณาบริเวณนั้น เสียงแมลงและสัตว์กลางคืนดังกังวานอยู่ในที่ไกลๆ แต่ไร้วี่แววผู้อาศัยคนอื่นๆ ในบริเวณโดยรอบ


แม้จะไม่ใช่สถานที่โอ่อ่าเหมือนกับวังที่เคยอาศัยเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ บนมิดเดิลเอิร์ธ แต่ใจของพรายทั้งสองกลับสงบลงอย่างน่าประหลาด



“องค์วาลาร์ประทานให้ข้าได้อยู่ที่นี่ หากท่านไม่รังเกียจ-----------”



เอเรนิออนไม่ได้เอ่ยคำใดขึ้นมา

และไม่ได้รอให้อีกฝ่ายพูดจนจบประโยคเมื่อเขาทั้งสองยืนอยู่หน้าประตูทางเข้า


ฝ่ามือใหญ่ของพรายโนลดอร์คว้าแขนของพรายตรงหน้า และดึงเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว ในจังหวะที่เจ้าบ้านหมุนตัวกลับมาเพื่อที่จะถามความเห็น แขนอีกข้างหนึ่งที่ว่างรวบเอวของร่างที่เล็กกว่าเข้ามาแนบชิด


ก่อนที่จะทันได้โต้ตอบ โอโรแฟร์รู้สึกได้ถึงสัมผัสอบอุ่น หากแผ่วเบาบนริมฝีปาก…

เบาเสียจนเขาเกือบจะคิดว่าตนคิดไปเอง หากไม่ได้เห็นใบหน้าคมคายของเอเรนิออนอยู่ห่างไปเพียงไม่กี่นิ้ว กับลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดบนใบหน้า…



“...ท่าน”


“ข้า...จนถึงวันนี้… ข้าฝันมาตลอด…โอโรแฟร์”



เอเรนิออนเอ่ยกระซิบเสียงแผ่วด้วยความตื้นตัน มือข้างที่จับยึดแขนของอีกฝ่ายไว้ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาจนถึงลำคอสีนวลที่โผล่พ้นขึ้นมาจากเสื้อคลุม ประคองใบหน้างดงามอย่างทะนุถนอม ปลายนิ้วหัวแม่มือลากผ่านและวางทาบบนริมฝีปากบางสีเรื่อ


บุคคลที่เขาคิดว่าหลงรักข้างเดียวมานานแสนนาน ทั้งลมหายใจ เสียง กลิ่น ผิวกาย ทุกอย่างที่ไม่เคยคิดว่าจะได้รับ ไม่คิดว่าจะมีโอกาสสัมผัสนอกเสียจากในฝัน กลับชัดเจนอยู่ตรงหน้า


เขามีความสุขเหลือเกิน…



“ข้าคง...ไม่ต้องถามท่านแล้วสินะ…?”



โอโรแฟร์ยกมือขึ้นปิดปากของตน แล้วหัวเราะในลำคอเบาๆ กับการกระทำของอดีตกษัตริย์แห่งโนลดอร์ โดยไม่ได้มีท่าทีไม่พอใจ หรือแม้แต่ตกใจปรากฏให้เห็นบนใบหน้า



“...ถึงท่านจะไม่ให้ข้าอยู่ ข้าก็จะอยู่ใกล้ๆ ท่าน”


“ท่านนี่ดื้อด้านไม่เปลี่ยนแปลงโดยแท้...”


“ก็ข้าบอกไปแล้วอย่างไร ว่านับจากนี้ไป ข้ามีเวลาเหลือทั้งชีวิตเพื่อท่าน”



เอเรนิออนตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนที่จะถูกฝ่ามือของพรายซินดาร์ผลักเบาๆ บริเวณหน้าอกกำยำ และหมุนตัวกลับไปเปิดประตูที่พักอย่างไม่รีบร้อน


โอโรแฟร์ไม่ต่อบทสนทนา หลังจากที่พรายทั้งสองค่อยๆ เดินเข้ามาภายในห้องโถงเล็กๆ ของบ้านกลางป่า และทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งไม้สลักขนาดยาวอย่างเหนื่อยอ่อน


พรายซินดาร์รับรู้มาตลอดถึงความจริงจังในน้ำเสียง รับรู้ถึงความแน่วแน่ในการปฏิบัติตามวาจาที่ได้ลั่นเอาไว้… ซึ่งเขาพยายามทำเป็นมองข้ามเรื่อยมา

...แต่ตอนนี้ เอเรนิออน กิล-กาลัด ก็ได้พิสูจน์สิ่งหนึ่งให้เขาเห็น


รักของพรายผู้นี้มั่นคงเหลือเกิน...



“บางที...ข้าคงไม่ควรเกิดมาเป็นพราย เมื่อไม่ได้มีรักนิรันดร์...”



โอโรแฟร์รำพันเสียงอ่อน ด้วยรู้สึกผิดต่ออดีตคนรักที่จากไปไกลแสนไกล

รวมถึงพรายโนลดอร์ที่นั่งอยู่ข้างกาย…


เอเรนิออนควรมีโอกาสพบกับสตรีที่คู่ควรกับเขาสักนางหนึ่งเพื่อสืบสกุลของ กษัตริย์ ทว่าเขากลับไม่ชายตามองผู้ใดเลย หลังจากที่ได้พบกับตนโดยบังเอิญ เมื่อครั้งที่พรายหนุ่มยังคงอายุน้อยนัก


หากรู้ว่ารักของเขามั่นคงถึงเพียงนี้ คงไม่ตัดสินใจไปทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากกษัตริย์ธิงโกลเป็นแน่...



“จะเป็นหรือไม่เป็น แล้วอย่างไรเล่า? ความจริงที่ข้ารักท่าน และท่านก็รักข้า มันคือความจริงไม่ใช่หรือ?”



เอเรนิออนได้ยินดังนั้นจึงขัดขึ้น

ไม่ใช่ด้วยความโกรธ ไม่ใช่ไม่พอใจ ไม่ใช่ตัดพ้อ


แต่เป็นความจริงที่เขาทั้งคู่ต้องยอมรับ

ฝ่ามือใหญ่วางทาบลงบนฝ่ามือขนาดเล็กกว่าที่วางอยู่บนม้านั่งไม้สลัก พร้อมออกแรงบีบเบาๆ



“...ฟังเสียงหัวใจของท่านเถิด โอโรแฟร์”


“อา... ”


“แต่...ถ้าหาก… คำตอบของท่านไม่ได้เป็นอย่างที่ข้าคิด… โปรดอย่าพูดมันออกมาได้หรือไม่?”



โอโรแฟร์พยักหน้าช้าๆ ก่อนถอนหายใจยาวๆ ครั้งหนึ่ง และหันไปสบตากับประกายแสงงงดงามในดวงตาสีฟ้าครามอีกครั้ง


ความอบอุ่นบนมือแผ่ปกคลุมทั่วร่าง แม้สัมผัสเพียงนั้นก็ทำให้ใจเขาสงบลงได้ชะงัด…



“ท่านคิดว่าข้าจะตอบอย่างไรเล่า?...”


...รัก



เอเรนิออนหลับตาลงและเอนตัวไปด้านหลังช้าๆ รอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อไปพักใหญ่

...จนกระทั่งรู้สึกถึงฝ่ามือเล็กที่ขยับออกจากการเกาะกุมของตน พร้อมกับเสียงเสียดสีของผ้า บ่งบอกว่าเกิดการเคลื่อนไหวบางอย่างขึ้น


พรายหนุ่มลืมตาขึ้นช้าๆ และพบกับโอโรแฟร์ที่ยืนหันหลังให้เขาโดยไม่เอ่ยวาจาใดๆ ออกมา

เอเรนิออนแทบหยุดหายใจ เมื่อเห็นภาพดังกล่าว…



“ข้า...ไม่ถูกหรือ?”


พรายร่างสูงลุกขึ้นยืนตาม แต่ไม่ได้เอื้อมไปจับมือหรือสัมผัสผิวกายอีกฝ่ายอย่างที่เคยทำ


พรายซินดาร์ไม่เอ่ยวาจาใดๆ ทั้งยังไม่หันกลับไปสบตาเพื่อยืนยันคำตอบ

...นี่คือการปฏิเสธของโอโรแฟร์



“คำตอบของข้าต่างจากที่ท่านคิด และเพราะเช่นนั้นข้าจึงไม่พูดตามที่ท่านขออย่างไรเล่า”


“ท่านยังคงรักนางอยู่หรือ?...”



เอเรนิออนขยับกายเข้ามาใกล้ แต่ก็ไม่ใกล้อย่างที่เคย กลับเว้นระยะห่างมากกว่าปกติ

จนกระทั่งพรายผมเงินหันกลับมาประจัญหน้า...


...มรกตส่องประกายงดงามในดวงตาแทนคำตอบทุกสิ่งทุกอย่างที่นึกสงสัยเหมือนกับ ครั้งแรกที่ได้เห็นเพียงเสี้ยววินาที แต่ทั้งๆ ที่เห็นชัดเจนได้เพียงนี้ เหตุใดจึงถูกปฏิเสธกันเล่า…?


ความสงสัยบนใบหน้าคมเรียกรอยยิ้มละมุนจากอดีตจอมพรายแห่งกรีนวู้ดให้ปรากฏ ขึ้นท่ามกลางความเงียบ มีเพียงเสียงปะทุของกองฟืนในเตาผิงที่ก่อไฟให้แสงสว่างและความอบอุ่น



“บางที ข้าคิดว่าท่านควรไปพักผ่อน… คิดอะไรไม่ออกใช่หรือไม่เล่า?”



โอโรแฟร์ก้มหน้าลงและลอบหัวเราะในลำคอเบาๆ เมื่อเห็นท่าทางแปลกๆ ของพรายหนุ่มตรงหน้า



“หรือว่า...ไม่ใช่รัก แต่เป็น-----”



ปลายนิ้วเรียวรีบยกขึ้นจรดบนริมฝีปากของผู้พูดเป็นเชิงห้ามทันทีที่กำลังจะเอ่ยคำตอบของตนออกมา พร้อมกับรอยยิ้มพรายบนใบหน้างดงาม


รอยยิ้มที่ไม่เคยมีผู้ใดได้เห็นนอกเสียจากผู้ที่เป็นคนรัก…


โอโรแฟร์เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนแตะริมฝีปากของตนลงบริเวณข้างแก้ม และมุมปากของบุรุษหนุ่ม

...เป็นการยืนยันคำตอบชัดเจนอีกครั้ง นอกเหนือจากการใช้สายตา


เอเรนิออนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนยกยิ้มมุมปากจางๆ เมื่อแน่ใจกับคำตอบแท้จริงของโอโรแฟร์ และใช้แขนทั้งสองข้างรั้งร่างสูงโปร่งเข้าประชิดตัวมากขึ้นจนรู้สึกถึงไอ อุ่นจากลมหายใจ

...ชิดเสียจนริมฝีปากของตนแตะลงแผ่วเบา บนริมฝีปากของพรายซินดาร์ผู้งดงามในอ้อมแขน



“...จูบของจอมกษัตริย์แห่งลินดอนช่างเยาว์วัยนัก… หรือว่า...ข้าอาจคาดหวังสูงเกินไป?”


“เช่นนั้นท่านจะแสดงให้ข้าเห็นได้หรือไม่เล่า ว่าอย่างไรถึงดี?”



พรายโนลดอร์กระซิบถามอย่างใคร่รู้

อันที่จริง จุดประสงค์ของเขาคือต้องการให้อีกฝ่ายเป็นผู้เริ่มก่อนบ้างต่างหาก...

ทว่า กลับถูกปลายนิ้วเรียวแตะบนริมฝีปากเป็นเชิงห้าม ก่อนออกแรงผลักใบหน้าคมคายเล็กน้อยด้วยต้องการหยอกล้ออย่างมันเขี้ยว


รอยยิ้มของท่านช่างน่าตีเสียนี่กระไร เอเรนิออน...



“ไม่ใช่หน้าที่ของข้า… เกรงว่าท่านคงต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง”


“จะให้ข้าเรียนจากที่ใดเล่า ถ้าไม่ใช่จาก----?”



ดวงตาสีฟ้าครามแสดงความซื่อตรงออกมาอย่างไม่ปิดบัง

...ซื่อเกินไปจนโอโรแฟร์นึกอยากจะชกหน้าเสียสักหมัดหนึ่ง


เมื่อรู้นัยยะของประโยคที่กล่าว จึงรีบหยุดคำพูดของเอเรนิออนด้วยการใช้ปลายนิ้วมือของตนปิดปากอีกฝ่ายเสีย



“...ก็ในฝันของท่านอย่างไร ท่านบอกว่าฝันมาตลอดไม่ใช่หรือ?”


“.....”



สีหน้าของพรายหนุ่มหงอยลงเล็กน้อยเมื่อถูกปฏิเสธกลายๆ จากคนรักที่อยู่ในอ้อมแขน

บางที...เขาอาจเร่งรัดอีกฝ่ายมากเกินไป


เอเรนิออนจำใจหลับตาลงช้าๆ และจินตนาการถึงภาพของร่างสูงโปร่งอย่างที่เคยทำเมื่อครั้งยังอยู่บนมิด เดิลเอิร์ธ พรายซินดาร์ผู้งดงามในความทรงจำ บัดนี้อยู่ตรงหน้า อยู่ในอ้อมแขน และนั่นทำให้ภาพในจินตนาการของเขาปรากฏเป็นรูปเป็นร่างได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม นัก



“ข้ารักท่าน… เอเรนิออน”



เสียงของคนรักในห้วงความคิดของพรายหนุ่มดังขึ้นราวกับเป็นเหตุการณ์จริง และจากนั้น…



“นี่คือเสียงหัวใจของข้าอย่างไรเล่า...”



น้ำเสียงไพเราะที่ได้ฟังไม่ได้เป็นเพียงจินตนาการ เมื่อเริ่มสัมผัสได้ถึงไออุ่นบนริมฝีปาก ซึ่งไม่ใช่ภาพในจินตนาการตามที่เขาคิด…


เอเรนิออนเบิกตากว้าง เมื่อรู้สึกได้ว่าปลายนิ้วเย็นที่หยุดอยู่บนริมฝีปากของตนเมื่อครู่ ถูกแทนที่ด้วยริมฝีปากนุ่มบางของคนรัก


แน่นอน มันไม่ใช่จูบแบบเด็กๆ อย่างที่เขาทำก่อนหน้านี้…

เพราะมันมีทั้งความนุ่มนวลดุจสัมผัสของขนนก ความหวานล้ำดั่งรสชาติของไวน์ชั้นเลิศ และในขณะเดียวกันก็หนักหน่วงไปด้วยความรู้สึกเสียจนยากที่ผู้ใดจะต้านทานได้

...สมเป็นจอมกษัตริย์แห่งกรีนวู้ด


โอโรแฟร์หยุด เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มหอบหายใจ



“ข้าลืมคิดไปว่าท่านคงไม่มีประสบการณ์… แค่นี้คงเพียงพ-----



พรายซินดาร์พลาดเป็นครั้งที่สองของวัน เมื่อตัดสินใจสอนบทเรียนให้แก่บุรุษโนลโดรินผู้นี้...



“ข้าก็ลืมบอกท่าน ว่าข้าเป็นนักเรียนที่เรียนรู้ได้ไวนัก เพียงครั้งเดียวก็จำได้แม่นยำ”


“ท่าน! เอเรนิออ-----!



นอกจากเสียงของกองฟืนภายในเตาผิงที่ปะทุขึ้นเป็นบางเวลาแล้ว คงมีเสียงเบาๆ ของพรายสองคนกำลังหยอกล้อกันอยู่ท่ามกลางความเงียบของห้องโถง และผืนป่าแสนสงบในยามค่ำคืน ในวันที่ความเจ็บปวดในใจที่แบกรับร่วมกันมานับพันปีถูกเยียวยาด้วยการยอมรับ ความรู้สึกแท้จริงของตน


อดีตจะเป็นอย่างไร คงกลับไปแก้ไขไม่ได้ นอกเสียจากเก็บไว้ในความทรงจำ

นับจากนี้ไป ชีวิตใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง


ส่วนองค์วาลาร์จะเห็นด้วยกับรักครั้งนี้หรือไม่…?

...รอท่านมาปรากฏกายเสียก่อนแล้วจึงทูลบอกคงไม่สายเกินไปนัก……



หรือบางที… พระองค์อาจจะรู้อยู่แล้วก็เป็นได้...


















------------------ THE END





จบ...

จบแล้ว....

กราบขอบคุณทุกคนมากๆ นะฮะที่ติดตามกันมาถึงห้าตอน สารภาพว่าปกติเป็นคนไม่ค่อยเขียนเรื่องยาวนัก เพราะแทบไม่เคยเขียนจบ นี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบ.... เอ่อ.. จะว่าเป็นครั้งแรกที่เขียนเรื่องยาว (?) ที่ยาวกว่าสองตอนจบก็อาจจะไม่ผิดนัก ฮือ 555

คิดเห็นอะไรยังไงแวะเวียนมาสครีมใส่ได้นะฮะ เราจะเกาะเรือไม้จิ้มฟันไปด้วยกันเนอะ TvT


มาพูดถึงฟิค...

จริงๆ ตอนแรกเริ่มเลยอยากจะเขียนหลังจากที่ท่านปู่ยอมรับรักท่านกิลแล้วล่ะนะ แต่ไปๆ มาๆ ดันกลายเป็นแองส์ไปซะครึ่งเรื่องได้ บีบไตนัก... ตอนแรกๆ คงลุ้นท่านกิลแทบตาย

ดูตอนสุดท้ายสิครับ...

อยากจะตบตีต่อยท้องท่านกิลซะให้เข็ด พ่อหนุ่มโนลดอร์คนนี้ร้ายนัก!

...แต่จริงๆ ท่านปู่ก็แอบร้ายเหมือนกันนั่นแหละ 5555 ก็คงประมาณนี้...
เขียนไปเขินไป....
มาก...
มากก....
มากกกกก.........

ไม่คิดว่าพอเขียนฉากมุ้งมิ้งของเอลฟ์แล้วมันจะเขินได้ขนาดนี้ ฮืออ...
กราบขออภัยทุกท่านที่คาดหวังกับฉากมุ้งมิ้งด้วยนะฮะ
รู้สึกว่าเขียนไม่ไหวจริงๆ + ไม่รู้จะบรรยายยังไงเลย 5555


สุดท้ายและท้ายสุดนี้... ขอขอบคุณ พี่ปาล์ม (@pammu_28) และหมีซิน (@VivienneP33) ที่ดึงเราตกเรือลำนี้นะ (ต้องขอบคุณใช่มั้ย 555555)


ขอบคุณทุกคนที่แวะมาอ่านจากใจเลยฮับ ♥
มามะ ลงเรือผู้ใหญ่กัน~


ปล. เจอคำผิดตรงไหนกระซิบบอกได้นะฮะ ตอนนี้ยาวมากแงงง ฟฟฟ

ปล. 2 แถมแฟนอาร์ต (?) ที่ไม่ค่อยจะอาร์ตซักเท่าไหร่ เป็น doodle วาดเล่นธรรมดาๆ ฮะ ; v ;

ปล. 3 ก๊อบจากบล็อคสปอทมาแปะในเอ็กซ์ทีนด้วย นี่จริงๆ ตั้งใจว่าจะเลิกเล่นเอ็กซ์ทีนแต่ก็ยังตัดใจไม่ได้ โฮ...
 

LightVampire View my profile

Creative Commons License
.